เรามานั่งมองตัวเอง หลังจากหนึ่งเดือนกว่าๆ เกือบสองเดือนหลังจากเลิกกับแฟนไป

 

ทำไมหนอ...

 

เวลาเลิกกับแฟนถึงต้องมองอะไรๆ ที่เกี่ยวกับแฟนเก่าเป็นแง่ลบด้วยนะ

 

ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ

 

พอเวลามองอะไรเป็นแง่ลบมันก็จะยิ่งทำให้มองหน้าไม่ติด

 

เพราะยังมองเห็น ยิ่งว่ากัน ยิ่งอารมณ์เสียใส่กัน

 

ไม่มีอะไรดีเลย

 

มองในแง่บวกไม่ได้หรอ?

 

บางทีถ้าเรามองในแง่บวกเราก็อาจได้เห็นบางมุมที่เคยเห็น

 

บางมุมที่เคยได้สัมผัส

 

และความรู้สึกดีๆ เก่าๆ อาจจะออกมาก็ได้

 

จากที่จะมองหน้าไม่ติดจะได้กลายเป็นเพื่อนสนิทแทน

 

^_^ ลองดูนะ เพราะเราก็กำลังพยายามอยู่เหมือนกัน

 

คิดดี ทำดี อาจมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นก็ได้... ใครจะไปรู้!

การสื่อสารในยุคใหม่นั้นถึงแม้ว่าจะมีอรรถประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะทำให้การสื่อสารนั้นง่าย สะดวก และรวดเร็วขึ้น ยิ่งเทคโนโลยีทางอินเตอร์เน็ตด้วยนั้น ทำให้โลกนี้ไม่มีพรมแดนใดที่จะมาขวางกั้นการสื่อสารได้อีกต่อไป  ถึงแม้ว่าสิ่งที่กล่าวมานั้นจะดูเป็นประโยชน์มากมายเหลือเกิน แต่ประโยชน์เหล่านั้นก็ย่อมมาพร้อมกับผู้อาศัยช่องว่างเพื่อหาประโยชน์ในทางที่ไม่ดีนั้นด้วย

 

"เด็กหญิง เอ (นามสมมติ) ได้ถูกนาย ไก่(นามสมมติ) ล่อลวงไปกระทำการอนาจารที่ห้องพักแห่งหนึ่งในย่านรัชดา โดยเด็กหญิงเอ ได้บอกว่ารู้จักกับนายไก่ทางโปรแกรมแชท msn กันมานานแล้ว และได้นัดพบกันที่ศูนย์การค้าย่านรัชดา เมื่อได้มาพบปรากฏว่านายไก่บอกเด็กหญิงเอว่าจะพาไปดูหนัง หลังจากนั้นก็ถูกพามาที่ที่เกิดเหตุ และได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น"

นี่เป็นเพียงเหตุการณ์ที่สมมติขึ้น แต่เชื่อได้ว่าคงไม่มีใครอยากให้คนในครอบครัวหรือคนที่รู้จักต้องมาประสบกับเหตุการณ์อย่างที่กล่าวมาข้างต้นเป็นอย่างแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่าคนที่เรารู้จักนั้นกำลังตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ การป้องกันไว้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ในสมัยก่อนย้อนกลับไปประมาณ 30 ปี การสื่อสารที่เราจะคุ้นเคยกันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นจดหมาย ซึ่งแต่ละฉบับที่ส่งไปกว่าจะถึงมือผู้รับก็ใช้เวลาประมาณ 3 วันเป็นอย่างน้อย คงเป็นเรื่องยากที่จะมีคนมาติดต่อล่อลวงไปกระทำการไม่ดีเหล่านั้น ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และต้องมีความรู้จักกันมาก่อนถึงจะติดต่อหากันได้ เพราะต้องรู้ที่อยู่ที่จะส่ง และต้องเขียนที่อยู่ผู้ส่งด้วย ซึ่งทำให้ง่ายต่อการตามหาตัวผู้กระทำผิดถ้าเกิดมีการกระทำผิดขึ้น

เมื่อต่อมาคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันนั้น อีเมล์ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อบริการให้ความสะดวกต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ข้อจำกัดของการสื่อสารที่ว่านั้นจึงลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะเพียงแค่รู้ชื่อเมล์ที่ส่งเท่านั้นก็สามารถติดต่อกันได้ และอีกทั้งอีเมล์ที่ว่านั้นก็ยังสามารถปกปิดเป็นความลับด้วยรหัสผ่านเพื่อเข้าไปดูกล่องจดหมายข้างใน ทำให้ตรวจสอบได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก

ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมแชทได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นจุดพบปะพูดคุย ซึ่งสามารถที่จะพูดคุยกันได้ทั่วทั้งโลก เพียงแค่มีโปรแกรมแชทที่ว่าและลงทะเบียนกับทางต้นสังกัดและได้ชื่อผู้ใช้มา ก็สามารถที่จะนำชื่อผู้ใช้นั้นเข้าไปพูดคุยได้กับคนทั้งโลกที่มีโปรแกรมนี้ด้วยเช่นกัน

 

การก่อการร้ายเริ่มต้นขึ้นเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเป็นความลับ คนร้ายสามารถหาวิถีทางต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อผู้ใช้ของเหยื่อ โดยไม่เจาะจงว่าเป็นใคร และเข้าทำการตีสนิท ใช้อุบายต่างๆ หลอกล่อให้ผู้เสียหายตายใจ และกระทำการดังตัวอย่างข้างต้น และด้วยสิ่งที่เป็นความลับนั้น ทำให้เรายากที่จะป้องกันได้ก่อนถึงเวลาอันไม่พึงประสงค์ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่เรารู้จักนั้นกำลังคุยกับใครอยู่ และคนคนนั้นจะเชื่อถือได้หรือไม่

 

การป้องกันในเบื้องต้นที่เป็นไปได้ คือการพูดคุยกัน เพราะการควบคุมดูแลการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การใส่ใจดูแลจะทำให้คนที่เรารักปลอดภัย หมั่นให้ความใส่ใจ ถามสารทุกข์สุขดิบในแต่ละวันจะช่วยให้เราได้รู้เหตุเป็นไป ซึ่งทำให้เราสามารถวางแผนป้องกันล่วงหน้าได้ ควรพูดคุยกันอย่างน้อยวันละครั้ง เช่นการพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารเย็นก็ยังได้ นอกจากที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นไปแล้วยังทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกันด้วย

การพูดคุยกันเป็นเหมือนมนต์สะกดที่จะทำให้คนใดคนหนึ่งพึงพอใจที่จะเล่าเรื่องที่ตัวเองประสบออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ และถึงกระนั้นยังสามารถที่จะให้เกิดความรู้สึกดีๆ ตามมาด้วย คงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่คนรู้จักจะพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบต่างๆ นานาของตน เพื่อที่จะให้เกิดความสัมพันธ์และการป้องกันที่เหนียวแน่นต่อไป

 

"กันไว้ดีกว่าแก้" ยังคงเป็นสุภาษิตที่สามารถใช้ได้อยู่เสมอ ควรตระหนักถึงกระทำเพื่อการป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหา ดีกว่าการแก้ไขปัญหาที่ผ่านไปแล้ว การพูดคุยกับคนที่เรารักให้มากๆ จะช่วยให้เขาคนนั้นปลอดภัยมากขึ้น และจะทำให้รอดพ้นจากภยันตรายที่มาจากอีกฝั่งตรงข้ามของหน้าจอด้วย

หลังจากที่ไม่ได้อัพมานาน (2 เดือนกว่าๆ)

 

ก้อขอมาอัพระบายหน่อยแล้วกันนะ

 

ช่วงที่หายไปคือสอบ + ฝึก

 

และนี่ก้อเป็นช่วงปิดเทอมของที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า (ปิดเดือนกันยา)

 

ตอนนี้รู้สึกตัวอีกทีก้อจะเปิดเทอมแล้วหรือนี่

 

รู้สึกเบื่อๆ ยังไงก้อม่ะรุสิ

 

ที่นี่เราเองก็ไม่ได้พิสวาสอยากเข้ามาซะหน่อย

 

ยังต้องมาทนให้คนอื่นอีกตั้ง 2 ปีกว่าจะจบไปได้

 

แถมมันน่าน้อยใจที่คนที่ผลักดัน ฉุด กระฉาก ลาก ถู นั้น ไม่เคยแสดงอาการตอบรับเวลาสำคัญๆ เลย

 

ร่วมพิธีนู้นก้อไม่มา พิธีนี้ก้อไม่มา

 

เซง จิงๆ

 

แล้วจะให้มาอยู่ทำไมเนี่ย...(ที่สำคัญคือเรายอมอยู่ได้ไงเนี่ย?? งงตัวเอง)

 

ขอจบเรื่องบ่นเพียงแค่นี้

 

สวัสดี...