การสื่อสารในยุคใหม่นั้นถึงแม้ว่าจะมีอรรถประโยชน์มากมาย
ไม่ว่าจะทำให้การสื่อสารนั้นง่าย สะดวก และรวดเร็วขึ้น
ยิ่งเทคโนโลยีทางอินเตอร์เน็ตด้วยนั้น
ทำให้โลกนี้ไม่มีพรมแดนใดที่จะมาขวางกั้นการสื่อสารได้อีกต่อไป ถึงแม้ว่าสิ่งที่กล่าวมานั้นจะดูเป็นประโยชน์มากมายเหลือเกิน
แต่ประโยชน์เหล่านั้นก็ย่อมมาพร้อมกับผู้อาศัยช่องว่างเพื่อหาประโยชน์ในทางที่ไม่ดีนั้นด้วย
"เด็กหญิง
เอ (นามสมมติ) ได้ถูกนาย ไก่(นามสมมติ)
ล่อลวงไปกระทำการอนาจารที่ห้องพักแห่งหนึ่งในย่านรัชดา โดยเด็กหญิงเอ
ได้บอกว่ารู้จักกับนายไก่ทางโปรแกรมแชท msn กันมานานแล้ว และได้นัดพบกันที่ศูนย์การค้าย่านรัชดา
เมื่อได้มาพบปรากฏว่านายไก่บอกเด็กหญิงเอว่าจะพาไปดูหนัง
หลังจากนั้นก็ถูกพามาที่ที่เกิดเหตุ และได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น"
นี่เป็นเพียงเหตุการณ์ที่สมมติขึ้น
แต่เชื่อได้ว่าคงไม่มีใครอยากให้คนในครอบครัวหรือคนที่รู้จักต้องมาประสบกับเหตุการณ์อย่างที่กล่าวมาข้างต้นเป็นอย่างแน่นอน
แต่ใครจะรู้ว่าคนที่เรารู้จักนั้นกำลังตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่
การป้องกันไว้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในสมัยก่อนย้อนกลับไปประมาณ
30 ปี
การสื่อสารที่เราจะคุ้นเคยกันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นจดหมาย
ซึ่งแต่ละฉบับที่ส่งไปกว่าจะถึงมือผู้รับก็ใช้เวลาประมาณ 3
วันเป็นอย่างน้อย
คงเป็นเรื่องยากที่จะมีคนมาติดต่อล่อลวงไปกระทำการไม่ดีเหล่านั้น
ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และต้องมีความรู้จักกันมาก่อนถึงจะติดต่อหากันได้
เพราะต้องรู้ที่อยู่ที่จะส่ง และต้องเขียนที่อยู่ผู้ส่งด้วย
ซึ่งทำให้ง่ายต่อการตามหาตัวผู้กระทำผิดถ้าเกิดมีการกระทำผิดขึ้น
เมื่อต่อมาคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันนั้น
อีเมล์ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อบริการให้ความสะดวกต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
ข้อจำกัดของการสื่อสารที่ว่านั้นจึงลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
เพราะเพียงแค่รู้ชื่อเมล์ที่ส่งเท่านั้นก็สามารถติดต่อกันได้
และอีกทั้งอีเมล์ที่ว่านั้นก็ยังสามารถปกปิดเป็นความลับด้วยรหัสผ่านเพื่อเข้าไปดูกล่องจดหมายข้างใน
ทำให้ตรวจสอบได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น
โปรแกรมแชทได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นจุดพบปะพูดคุย
ซึ่งสามารถที่จะพูดคุยกันได้ทั่วทั้งโลก
เพียงแค่มีโปรแกรมแชทที่ว่าและลงทะเบียนกับทางต้นสังกัดและได้ชื่อผู้ใช้มา
ก็สามารถที่จะนำชื่อผู้ใช้นั้นเข้าไปพูดคุยได้กับคนทั้งโลกที่มีโปรแกรมนี้ด้วยเช่นกัน
การก่อการร้ายเริ่มต้นขึ้นเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเป็นความลับ
คนร้ายสามารถหาวิถีทางต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อผู้ใช้ของเหยื่อ
โดยไม่เจาะจงว่าเป็นใคร และเข้าทำการตีสนิท ใช้อุบายต่างๆ
หลอกล่อให้ผู้เสียหายตายใจ และกระทำการดังตัวอย่างข้างต้น และด้วยสิ่งที่เป็นความลับนั้น
ทำให้เรายากที่จะป้องกันได้ก่อนถึงเวลาอันไม่พึงประสงค์
เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่เรารู้จักนั้นกำลังคุยกับใครอยู่
และคนคนนั้นจะเชื่อถือได้หรือไม่
การป้องกันในเบื้องต้นที่เป็นไปได้
คือการพูดคุยกัน เพราะการควบคุมดูแลการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
การใส่ใจดูแลจะทำให้คนที่เรารักปลอดภัย หมั่นให้ความใส่ใจ
ถามสารทุกข์สุขดิบในแต่ละวันจะช่วยให้เราได้รู้เหตุเป็นไป
ซึ่งทำให้เราสามารถวางแผนป้องกันล่วงหน้าได้ ควรพูดคุยกันอย่างน้อยวันละครั้ง
เช่นการพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารเย็นก็ยังได้
นอกจากที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นไปแล้วยังทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกันด้วย
การพูดคุยกันเป็นเหมือนมนต์สะกดที่จะทำให้คนใดคนหนึ่งพึงพอใจที่จะเล่าเรื่องที่ตัวเองประสบออกมาให้คนอื่นได้รับรู้
และถึงกระนั้นยังสามารถที่จะให้เกิดความรู้สึกดีๆ ตามมาด้วย
คงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่คนรู้จักจะพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบต่างๆ นานาของตน
เพื่อที่จะให้เกิดความสัมพันธ์และการป้องกันที่เหนียวแน่นต่อไป
"กันไว้ดีกว่าแก้"
ยังคงเป็นสุภาษิตที่สามารถใช้ได้อยู่เสมอ
ควรตระหนักถึงกระทำเพื่อการป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหา
ดีกว่าการแก้ไขปัญหาที่ผ่านไปแล้ว การพูดคุยกับคนที่เรารักให้มากๆ
จะช่วยให้เขาคนนั้นปลอดภัยมากขึ้น และจะทำให้รอดพ้นจากภยันตรายที่มาจากอีกฝั่งตรงข้ามของหน้าจอด้วย